top of page
744.jpg

Tetanus, Diphtheria, Pertussis

คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน

ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจว่า ทุกคนที่เกิดมาน่าจะเคยได้รับวัคซีนชนิดนี้แล้วตั้งแต่ยังเด็ก และไม่จำเป็นต้องได้รับเพิ่มเติม แต่จริงๆ แล้วนี่คือความเข้าใจที่ผิด เพราะแท้จริงแล้วภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนชนิดนี้นั้นจะลดลงไปตามกาลเวลา ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วย หรือติดเชื้อจากโรคกลุ่มนี้

Tdapcover.png

     ท่านทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันโรคไอกรน หรือโรคไอ 100 วัน พบเพิ่มมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2566 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 3 ราย และมีการศึกษาเพิ่มเติมในประเทศไทยพบว่า 18.4% ของผู้ใหญ่ที่มีอาการไอเรื้อรัง นานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ตรวจพบโรคไอกรน ในผู้ใหญ่อาจจะพบอาการน้อย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ใหญ่สามารถแพร่โรคนี้ให้กับเด็กที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน และทำให้ป่วยหรือเสียชีวิตได้

ดังนั้นจึงมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และคอตีบ (diphtheria and tetanus; dT) หรือ

คอตีบ บาดทะยัก และไอกรนแบบไม่มีเซลล์ (diphtheria, tetanus, and pertussis; Tdap)

จำนวน 1 เข็ม ทุกๆ 10 ปี เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น และลดอุบัติการณ์ของโรคในผู้ใหญ่

     นอกจากนั้นยังมีคำแนะนำให้ฉีด Tdap ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้ส่งต่อภูมิคุ้มกันโรคไอกรน จากแม่สู่ลูก โดยคุณแม่จะต้องได้รับวัคซีน Tdap ทุกท้อง ในช่วงการตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป

     ในกรณีที่ไม่ทราบประวัติ หรือไม่แน่ใจ แนะนำให้รับวัคซีนใหม่จำนวน 3 ครั้ง คือ 0,1 เดือน และ 7 เดือน ด้วยวัคซีน Tdap ตามด้วย dT และ dT จากนั้นแนะนำให้กระตุ้นทุกๆ 10 ปี วีธีการบริหารวัคซีนคือฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 

 

     นอกจากนั้นวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ยังถูกแนะนำในกลุ่มผู้ที่มีแผลที่มีความเสี่ยง เช่น 

  • แผลสกปรกที่นานเกินกว่า 6 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการรักษา

  • แผลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

    • แผลถูกตำ (puncture wound) แผลเปิดที่ผิวหนัง และ/หรือเนื้อเยื่อต่างๆ เกิดการบาดเจ็บจากวัสดุที่มีขนาดเล็ก และยาว ทิ่ม และ/หรือแทง

    • แผลที่มีเนื้อตาย

    • แผลที่มีสาเหตุนำไปสู่ภาวะ sepsis

    • แผลปนเปื้อนด้วย ดิน

    • แผลไฟไหม้

    • แผลหิมะกัด (frostbite)

    • แผลจากการถูกยิง (high velocity missile injuries)

"ถ้าต้องการสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้เลยที่ Chiang Mai Wellness Clinic"

Many adults may understand that everyone should have received this type of vaccine since childhood and may not need any further doses. However, this understanding is incorrect. In reality, the immunity acquired from this vaccine diminishes over time. Therefore, adults should receive booster shots to reduce the risk of illness or infection from these diseases.

Eng Ver Tdap

Did you know that cases of whooping cough, or pertussis in Thailand, have been increasing? In the year 2023, there were approximately three deaths from this disease, and further studies in Thailand have found that 18.4% of adults experiencing chronic cough for at least two weeks were diagnosed with pertussis. In adults, symptoms of whooping cough may be mild, but what is concerning is that adults can spread this disease to children who are not yet immunized, leading to illness or even death.

Hence, it is recommended to receive tetanus and diphtheria (dT) or

tetanus, diphtheria, and pertussis (Tdap) vaccinations every 10 years to boost immunity and reduce the incidence of these diseases in adults.

Furthermore, there is a recommendation for pregnant women to receive the Tdap vaccine to pass on immunity against whooping cough from mother to baby. Mothers should receive the Tdap vaccine during each pregnancy, starting from 20 weeks gestation onwards.

 

In cases where vaccination history is unknown or uncertain, it is recommended to receive three doses of the vaccine: at 0, 1 month, and 7 months, with the Tdap vaccine followed by dT. Subsequently, boosters are recommended every 10 years. The vaccine is administered via intramuscular injection into the upper arm.

 

Additionally, the tetanus, diphtheria, and pertussis vaccine are recommended for individuals with certain wound types, such as:

  • Dirty wounds lasting more than 6 hours before treatment

  • Wounds with the following characteristics:

    •  Puncture wounds

    •  Open wounds on the skin and/or tissues caused by small, long, pointed objects

    •  Wounds with necrotic tissue

    •  Wounds leading to sepsis

    •  Wounds contaminated with dirt

    •  Burns

    •  Frostbite

    •  High-velocity missile injuries

bottom of page